Charge-Car-Radio

วิธีการชาร์จวิทยุสื่อสารในรถ ต้องใช้ไฟกี่โวลต์เครื่องถึงไม่น๊อก

วันนี้เราจะมาพูดถึงการชาร์จไฟวิทยุสื่อสารในรถ และวิธีการใช้งานทั่วไปเพื่อเป็นความรู้ไม่ให้นำวิทยุสื่อสารไปใช้งานแบบผิด ซึ่งการใช้งานแบบผิดๆ นั้นจะทำให้วิทยุสื่อสารเสื่อมเร็ว ระยะการใช้งานก็จะสั้นลง เนื่องจากปัจจุบันนี้ไม่รู้วิธีการใช้งานอย่างถูกต้องเสียเท่าไรทำให้ต้องเสียเงินซ่อมและซื้อวิทยุสื่อสารและเสียเวลาไปขอใบอนุญาตบ่อยๆ

หลายคนนั้นชอบใช้วิทยุสื่อสารในรถแต่ไม่ทราบเกี่ยวกับการชาร์จในรถวันนี้เราจะมีคำตอบมาให้พอสังเขปเพื่อให้คุณนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง การที่จะเอาวิทยุสื่อสารชาร์จบนรถตรงช่องไฟที่สำหรับจุดบุหรี่นั้นถ้าต่อตรงเครื่องของคุณนั้นอาจจะน๊อกได้ ด้วยเหตุผลดังนี้

  • ถ้าหากคุณใช้วิธีการต่อตรงด้วยกำลังไฟของรถที่ 12-15 โวลต์เข้าสู่แบตเตอรี่เลยนั้นเครื่องจะ Over Charge ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้แบตเตอรี่ของท่านเสียทันที
  • ในกรณีถ้าหากท่านต่อตรงด้วยกำลังไฟของรถที่ 12-15 โวลต์เข้าสู่เครื่องวิทยุเลยก็จะทำให้เครื่องน็อกได้เหมือนกัน

และอาจจะทำให้ไฟลุกได้ เพราะแบตเตอรี่เกิดความร้อนจากการต่อตรงด้วยกำลังไฟสูง ดังนั้นเรามีวิธีแนะนำเพื่อให้ท่านชาร์จแบตเตอรี่ได้อย่างปลอดภัย ดังนี้

  • วิธีที่ง่ายที่สุดคือการใช้ Saver เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด
  • ทำวงจรชาร์จขึ้นมาอาจจะยากกว่าวิธีแรก วิธีนี้จะทำได้ 2 วิธีคือ
    • ใช้ตัว Inverter ทำหน้าที่แปลงไฟ 12-15 โวลต์ให้เป็น 220 โวลต์แล้วเสียบเข้ากับหัวชาร์จพร้อมกับต่อสายเข้าแท่นที่เอาไว้สำหรับชาร์จ
    • ทำวงจรตรงกับแท่นชาร์จเลยไม่ต้องผ่านหัวชาร์จ วิธีนี้แนะนำคนที่ทำวงจรเป็นนะคะ เพราะต้องทำให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน

การชาร์จแบตเตอรี่วิทยุสื่อสารแต่ละประเภทอย่างถูกวิธี

  • ครั้งแรกเลยถ้าหากซื้อวิทยุสื่อสารมาใหม่ๆ ควรชาร์จแบตเตอรี่ 16 ชั่วโมงโดยประมาณ พอเต็มแล้วเอาออกมาพักให้แบตเตอรี่เย็นก่อนค่อยเอาไปใช้งานได้ตามปกติ
  • หากว่าแบตเตอรี่นั้นเป็นของ NICKEL CADMIUM ให้ใช้งานจดแบตเตอรี่หมดก่อนแล้วค่อยนำไปชาร์จให้เต็ม
  • ห้ามชาร์จแบตเตอรี่ขณะที่แบตเตอรี่ยังไม่หมดเด็ดขาด เพราะจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วได้
  • พยายามทำความสะอาดตัวเครื่องที่เอาไว้สำหรับรับส่งข่าวสาร และแบตเตอรี่อย่าให้มีฝุ่นหรือขี้ผงเด็ดขาด แต่ถ้าหากมีให้นำยางลบที่เอาไว้สำหรับลบหมึกมาทำความสะอาดโดยเร็ว

สายอากาศควรใช้งานอย่างไร

  • ความยาวของสายนั้นให้เลือกซื้อที่เหมาะสมกับเครื่องวิทยุสื่อสาร เพราะความยาวของสายนั้นต้องมีความเหมาะสมกับคลื่นความถี่ของตัวเครื่อง
  • เวลาที่จะดึงสายอากาศขึ้นเพื่อรับสัญญานนั้นควรดึงให้สุดทีเดียวเลย แต่เวลาเก็บนั้นต้องเก็บที่ละท่อน

About the author: admin